เคล็ดไม่ (ลับ) กับวิธีการเลี้ยงไก่ชนให้แกร่งพร้อมชนะ

เคล็ดไม่ (ลับ) กับวิธีการเลี้ยงไก่ชนให้แกร่งพร้อมชนะ

การเลี้ยงไก่สำหรับชนนั้น มีหลายอย่างหลายชนิดแล้วแต่ครูบาอาจารย์ใดจะสั่งสอนมา วันนี้เรามี เคล็ดไม่ (ลับ) กับวิธีการเลี้ยงไก่ชนให้แกร่งพร้อมชนะ
มาฝากคุณผู้ชมกัน แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักวิธีการต่างๆ ขอท้าวความไปถึงวิวัฒนาการของไก่ชนก่อน

โดยไก่ชน พัฒนามาจากไก่ป่าที่ถูกจับมาเลี้ยงดูตามบ้านเรือน โดยคนจีนเป็นชนกลุ่มแรกที่นำมาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นแหล่งอาหาร เมื่อราว 3,000 ปีก่อน ก่อนจะขยายการเลี้ยงดูไปสู่พื้นที่อื่นๆ แต่ด้วยความที่ไก่ชนิดนี้มีนิสัยหวงถิ่นที่อยู่ หากถูกรุกรานถิ่นอาศัยหรือมีตัวผู้ตัวอื่นมาหมายปองตัวเมียตัวเดียวกัน ก็จะเกิดศึกหน้านางขึ้น จนกว่าอีกฝ่ายจะปราชัย ด้วยอุปนิสัยเฉพาะดังกล่าวมา จึงมีการนำไก่ป่าตัวผู้มาตีกันเพื่อความบันเทิง และเริ่มมีการหันมาพัฒนาสายพันธุ์ไก่ป่าเพื่อขยายพันธุ์เพาะเลี้ยงอย่างจริงจัง สำหรับใช้เป็นแหล่งอาหารและความบันเทิงในเกมกีฬา “ชนไก่(เอาไก่ตัวผู้ฟอร์มดีมาตีกัน)” ซึ่งมีการพนันขันต่อเงินรางวัลในวงของผู้เล่นด้วย ไก่ป่าที่นำมาขึ้นสังเวียนเพื่อเงินพนันหรือไก่ป่าที่ถูกเพาะเลี้ยงมาเพื่อ “ชนไก่” จึงถูกเรียกว่า “ไก่ชน” ต่อมาเกมกีฬานี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศแถบอาเซียน เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว เขมร พม่า

การชนไก่จึงกลายเป็นทั้งเกมกีฬาและวงพนัน ที่คนไทยพื้นบ้านนิยมชมชอบจากอดีตมาถึงปัจจุบัน ซึ่งสายพันธุ์ไก่ชนที่เลี้ยงเพื่อเกมกีฬาชนไก่ของบ้านเราในขณะนี้ ล้วนเป็นไก่ชนพันธุ์ผสมที่มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศต่างๆ ดังกล่าวมา เช่น ไก่ชนพม่า (ป่าก๋อย) ไก่ชนเวียดนาม (ไซ่ง่อน) ไก่ชนไต้หวัน (เยียร์) และไก่ชนไทย ที่มีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันไปตามถิ่นกำเนิดหรือวัตถุประสงค์ของผู้ปรับปรุงพันธุ์ โดยจุดเด่นของไก่ไทย จะอยู่ที่ความมีภูมิต้านทานต่อโรคและมีความอึดมาก ส่วนไก่ชนสายพันธุ์พม่าจะตีถี่ตีหนัก ด้านไก่เวียดนามนั้นมีดีที่กระดูกใหญ่ หนังเหนียว ผิวหนา และ ไก่ไต้หวันที่ตีถี่และหนักมาก ดังนั้น การจะปรับปรุงพันธุ์หรือเลือกเล่นไก่ชนสายพันธุ์ใด ล้วนขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้พัฒนาสายพันธุ์ว่าต้องการคุณสมบัติเด่นในด้านใด แล้วเพาะเลี้ยงจำหน่ายเพื่อนำไปใช้ในการ “ชนไก่” เป็นหลัก ซึ่งถ้ามีประวัติดี เจนสังเวียน แข่งชนะมาหลายยก จะสนนราคาขายกันเป็นหลักแสน-หลักล้าน หากเป็นเพียงไก่ชนทั่วไปที่มีลักษณะดี ไม่เจนสนาม ก็จะขายกันตั้งแต่ตัวละหลักร้อย-หลักหมื่น

จุดประสงค์หลักของการเลี้ยงดูไก่ชนเพื่อให้ประสบความสำเร็จก็คือ ไก่ต้องแข็งแรง มีสุขภาพดี ตีแล้วได้ชัยชนะ ซึ่งนักเล่นไก่ชนรุ่นเก๋า มักจะมีเทคนิคเฉพาะตัว หรือ สูตรลับเฉพาะในการดูแลไก่ชนให้พร้อมสู้และคว้าชัยในสังเวียน ด้วย เคล็ดไม่ (ลับ) กับวิธีการเลี้ยงไก่ชนให้แกร่งพร้อมชนะ ที่การันตรีว่าเป็นเทคนิควิธีจากประสบการณ์ตรงของผู้เลี้ยงไก่ชนที่ได้ผลดีมาก ดังจะกล่าวถึงต่อไปนี้

ไก่ชน

เคล็ดไม่ (ลับ) กับวิธีการเลี้ยงไก่ชนให้แกร่งพร้อมชนะ

ควบคุมโรคที่เกิดจากไก่ให้ได้

หากคิดจะเลี้ยงไก่แล้วละก็คุณต้องเตรียมตัวและป้องกันปัญหาต่างๆไว้อย่างดี หากเลี้ยงแล้วไก่ตายก็คงจะไม่คุ้มแน่นอน เพราะฉะนั้นมาดูเรื่องการควบคุมโรคกันก่อน

  1. ควรดูแลทำความสะอาดเล้าและภาชนะต่าง ๆ ที่วางไว้ในเล้าไก่และบริเวณใกล้เคียงด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และอย่าปล่อยให้เล้าชื้นแฉะเพราะจะเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค
  2. สร้างเล้าให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
  3. กำจัดแหล่งน้ำสกปรกรอบ ๆ บริเวณบ้านเล้าไก่และใกล้เคียง
  4. อาหารไก่ต้องมีคุณภาพดี อาหารที่กินไม่หมดให้ทิ้งอย่าปล่อยให้เน่าเสีย
  5. มีน้ำสะอาดให้ไก่กินตลอดเวลา
  6. ถ้ามีไก่ป่วยไม่มากนัก ควรกำจัดเสีย และจัดการเผาหรือฝังให้เรียบร้อยจะช่วยกำจัดโรคได้เป็นอย่างดี
  7. อย่าทิ้งซากไก่ลงแหล่งน้ำเป็นอันขาด เพราะเชื้อโรคจะแพร่กระจายไปได้
  8. กำจัดซากไก่โดยวิธีเผาหรือฝัง ไม่ควรนำไปจำหน่าย เพราะจะทำให้เกิดโรคแพร่ระบาดได้
  9. วิธีป้องกันโรคอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราไม่ควรซื้อไก่สดจากตลาดหรือหมู่บ้านอื่นมากิน เพราะไก่พวกนี้อาจเป็นโรคมาแล้วก็ได้
  10. เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น เจ้าของไก่ควรติดต่อหารือกับสัตว์แพทย์โดยเร็ว

โรคระบาดไก่ที่ต้องใช้วัคซีน

โรคนิวคาสเซิล เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุด มีระบาดทั่วไป ถ้าเกิดขึ้นในฝูงใดมักจะทำให้ตายหมดเล้า ในไก่ใหญ่ทำให้ไข่ลด
อาการ ปกติจะแสดงอาการป่วยหลังได้รับเชื้อโรคเป็นเวลา 3-6 วัน โดยแสดงอาการหายใจลำบาก มีเสียงดังในเวลาหายใจ มีน้ำมูกไหล ท้องเสีย กระตุก คอบิด ขาและปีกเป็นอัมพาต ใช้การไม่ได้ บางรายอุจจาระร่วงเป็นสีเขียว แม่ไก่ที่กำลังไข่จะหยุดไข่ทันที และมักตายภายใน 1 อาทิตย์
ไก่ที่หายจากโรคนี้มักจะพิการ คอบิด ขาและปีกใช้งานไม่ได้ดี และจะเป็นตัวอมโรคต่อไป
สาเหตุและการติดต่อ
โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง การติดต่อของโรคเป็นไปรวดเร็วมากดังนี้
ติดต่อกันโดยตรงในไก่ป่วยที่อยู่ใกล้ชิดกัน กินน้ำและอาหารร่วมกัน
ติดไปกับอุปกรณ์การเลี้ยงไก่ คนและสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ตลอดจนนก หนู และแมลงวันก็เป็นตัวนำโรคได้
จากการชำแหละไก่ที่ป่วยและตายด้วยโรคนี้ ซึ่งในซากไก่จะมีเชื้ออยู่ในปริมาณสูงมากพอที่จะแพร่ระบาดไปยังไก่ตัวอื่น ๆ ในเล้าและไก่บริเวณใกล้เคียงได้

โรคฝีดาษไก่ เป็นโรคระบาดที่พบได้มากในลูกไก่และไก่รุ่น นอกจากนี้ นกพิราบก็เป็นโรคนี้ได้ ติดต่อได้รวดเร็วมาก มักจะทำให้ไก่ตายเป็นจำนวนมาก ตัวที่ไม่ตายจะแคระแกรนไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร เตรียมรับมือไว้ให้ดี
อาการ หลังจากไก่ได้รับเชื้อโรคแล้วประมาณ 1 อาทิตย์จะแสดงอาการ ซึ่งอาจพบได้ 2 ลักษณะคือ
เกิดตุ่มฝีดาษลักษณะคล้ายหูดเกิดขึ้นตามผิวหนังบริเวณที่ไม่มีขน เช่น บริเวณหน้า หงอน เหนียง หนังตา และขา ระยะแรกเป็นเม็ดตุ่มเล็ก ๆ ต่อมาจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น ที่หัวของฝีเป็นแผลมีสะเก็ดสีน้ำตาลปิดอยู่ ต่อมาจะแห้งและลอกหลุดออกไป
ตุ่มฝีดาษ ชนิดที่เป็นแผลเกิดขึ้นในลำคอ ทำให้กินอาหารลำบากน้ำลายไหลยืด มีกลิ่นเหม็นเป็นมาก ๆ จะทำให้ไก่ตายได้

เป็นยังไงกันบ้างกับ การเลี้ยงไก่ชน ให้แข็งแรง สมบูรณ์ พร้อมต่อสู้เมื่อคุณต้องการเอาไปแข่ง สำหรับคนที่เลี้ยงเพื่อความสวยงามก็สามารถนำเทคนิคและข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้ตามความเหมาะสมได้เชื่อว่าถ้าทำตามวิธีเหล่านี้ได้ไก่ชนของคุณชนะแน่นอน

© 2021 sanamkaichon - WordPress Theme by WPEnjoy